เปิดเรื่องราว “พระจูเลียน” ชาวแคนาดา บวช 17 ปี ปฏิบัติธรรมในป่าเขา

ผู้ใช้เฟซบุ๊ก Somchai Somchai ได้เปิดเผยถึงเรื่องราวดี ๆ ของพระชาวต่างชาติรูปหนึ่ง โดยระบุว่า พระรูปนี้คือ “พระจูเลียน” บวชมานานนับสิบปี ท่านออกบิณฑบาตอาทิตย์ละประมาณสามสี่ครั้ง เนื่องด้วยเห็นว่าชาวบ้านก็อยู่อย่างลำบากจึงไม่อยากรบกวนมากเกินไป โดยท่านใช้ชีวิตในป่าเขาด้วยความสมถะ กินแต่ผักผลไม้ เคร่งครัดในพระธรรมวินัย ตอนนี้พระจูเลียน อยู่ที่หมู่บ้านปูทา หมู่ 1 ต.แม่สามแลบ อ.สบเมย จ.แม่ฮ่องสอน

หลังจากนั้น เฟซบุ๊ก ศูนย์รวมความรู้การเกษตร ได้เผยแพร่เรื่องราวความเป็นมาของพระจูเลียน ระบุว่า…

“พระจูเลียน ดีซิเลต ชาวแคนาดานักเรียนแลกเปลี่ยนวิชาเกษตรกรรม

อาตมาฝึกสมาธิมาเป็นเวลามากกว่า 20 ปี การฝึกสมาธิทำให้พบความสุขที่แท้จริงที่เกิดอยู่ภายใน การฝึกสมาธินั้น ทั้งหมดทั้งมวลก็เพื่อหาความสุขนั่นแล อาตมาสนับสนุนให้ทุกท่านใช้การปฏิบัติสมาธิในการดำเนินชีวิต การนั่งสมาธิคือหนทางเดียวที่จะไปสู่ความอิสระที่แท้จริง

เดิมอาตมามีพื้นเพอยู่ที่ประเทศแคนาดา ซึ่งจัดได้ว่าเป็นประเทศที่ร่ำรวยพอสมควรประเทศหนึ่ง สมัยที่อาตมาเรียนหนังสือนั้น อาตมานับว่าเป็นนักเรียนที่ฉลาดเฉลียว เมื่อทำงานหาเงิน ก็หาเงินได้มาก แต่ในประเทศแคนาดานั้นก็เหมือนกับประเทศอื่นทั่วๆไปตามแบบฝรั่ง อาตมาไม่มีความสุข มีแต่ความเคร่งเครียด

หลังจากนั้นจึงได้ทิ้งทุกอย่าง และได้เข้าสู่การเป็นผ้าขาวและเข้าสู่ร่มกาสาวพัสตร์เมื่อ 17 ปีที่แล้ว จากนั้นเป็นต้นมา ใจของอาตมาก็ได้เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง ตอนนี้ อาตมาจนมาก แต่กลับมีความสุขมาก อาตมาคิดว่าสิ่งนี้คือหนทางที่แท้จริงอาตมามั่นใจเกินร้อยว่า อาตมากำลังเดินอยู่บนทางที่ถูกต้องเพื่อมุ่งไปสู่หนทางการดับทุกข์

อาตมาเริ่มสนใจการทำสมาธิมาตั้งแต่เมื่อยังเป็นวัยรุ่น เริ่มศึกษาด้วยตนเองตั้งแต่สมัยที่อยู่แคนนาดา เมื่ออายุ16-17 ปี ศึกษาการนั่งสมาธิจากการอ่านหนังสือ ทั้งแบบเซนของพระญี่ปุ่น (Zen) และการฝึกโยคะ

การนั่งสมาธินั้นไม่ใช่เรื่องยากสำหรับอาตมา เมื่อตอนเริ่มต้นอาตมาก็ได้เข้าถึงสมาธิได้โดยง่าย อาจจะเป็นเพราะว่าคงจะติดมาจากชาติที่แล้วกระมัง แต่ด้วยเหตุผลอะไรก็ไม่อาจจะทราบได้ อาตมามีความปรารถนาที่จะมาเมืองไทย ดังนั้นอาตมาจึงมาเมืองไทยครั้งแรกเมื่อตอนอายุ 18 ปี ในโครงการนักเรียนแลกเปลี่ยน ในด้านการทำเกษตรกรรม เมื่อมาถึงได้ไม่นาน อาตมารู้สึกอยู่ลึกๆว่า อาตมาเคยอยู่ที่นี่มาก่อนและอาตมาจะอยู่ที่นี่ตลอดไป
ระหว่างที่อยู่ในโปรแกรมของนักเรียนแลกเปลี่ยน อาตมาก็ได้ไปนั่งสมาธิตอนเย็นทุกๆวัน ที่วัดใกล้ๆหมู่บ้านที่อาตมาอาศัยอยู่ ในจังหวัดสระบุรี อาตมากลับไปยังแคนาดาและได้กลับมาประเทศไทยอีกครั้งเมื่อปี พ.ศ.2541ตอนแรกนั้นอาตมาได้อาศัยอยู่กับเพื่อนชาวไทยที่ได้พบกันในโครงการแลกเปลี่ยน ที่นอกเมืองทางภาคใต้ ทำงานบ้าง นิดๆหน่อยๆที่จังหวัดภูเก็ตและกระบี่ จากนั้นจะได้เข้าสู่การเป็นผ้าขาว ถือศีล8 อยู่ 1 ปีในที่ต่างๆในประเทศไทย เช่น วัดสวนโมกข์ วัดอัมพวัน (จ.สิงห์บุรี) และ วัดจอมทอง

เมื่อครั้งนั้นอาตมาไม่ได้สนใจเรื่องของการบวชเรียนมากสักเท่าไหร่ สนใจแต่เพียงการนั่งวิปัสสนาสมาธิ ต่อมาอาตมามีความคิดที่จะกลับแคนาดาเพื่อเรียนวิชาฝังเข็ม แต่เนื่องจากอาตมาได้ฝึกปฏิบัติมาตลอดเวลาและทราบดีว่าอาตมากำลังทำสิ่งที่ควรทำอยู่ และสมควรที่จะบวชเป็นพระเสียที หลายๆคนถามอาตมาว่า จะบวชเพื่ออะไร อาตมาตอบไม่ได้ในชาตินี้

แต่อาตมาคิดว่า อาตมาอยู่ในระหว่างการเดินทาง ต่อจากชาติที่แล้วๆโยมพ่อโยมแม่ของอาตมาไม่สามารถที่จะเข้าใจในเรื่องนี้ พวกท่านได้ปรึกษานักจิตวิทยาและสงสัยว่าพวกท่านทำอะไรผิด อาตมาถึงอยากบวชเป็นพระในพุทธศาสนา

คนฝรั่งคิดไม่เหมือนคนไทย สำหรับฝรั่งแล้ว หากท่านต้องการที่จะทำประโยชน์ให้แก่โลกนี้ ท่านต้องไปเรียนหนังสือ ทำงานและหาอาหาร/ขนมปังมาวางไว้บนโต๊ะอาหาร มันเป็นเรื่องที่ยุ่งยากมากในการทำความเข้าใจสำหรับโยมพ่อ อาตมารู้สึกไม่ประสบความสำเร็จในการสื่อสารกับโยมพ่อนิดหน่อย โยมพ่อเกิดในครอบครัวที่ยากจน และมีพี่น้อง 11 คน

โยมพ่อบวชในศาสนาคริสต์เพื่อที่จะได้เรียนหนังสือ ท่านออกจากการเป็นนักบวชเมื่อพบกับโยมแม่ของอาตมา แต่ปัจจุบันท่านก็ค่อยๆทำความเข้าใจในการเดินทาง ในแบบของอาตมา โยมแม่มาเมืองไทยทุกๆ2ปี โยมพ่อไม่ได้มาเมืองไทยสัก6ปีแล้ว ท่านควรจะมาเมืองไทยในหน้าหนาวที่จะถึงนี้

อาตมาออกจากประเทศไทย เพียง 1 ครั้งใน 18 ปีนี้ หากโยมพ่อโยมแม่จากไป อาตมาคงไม่ไปจากเมืองไทยอีกเลย

ประเทศไทยได้กลายเป็นบ้านของอาตมาไปเสียแล้ว”

เศร้า! รถพยาบาลเฉี่ยวปิกอัพ คู่กรณีรั้งคนขับไม่ให้ไป ผู้ป่วยรอไม่ไหวเสียชีวิต

ร.ต.อ.ธนัญชัย คันธหัตถี ร้อยเวร สภ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี ได้รับแจ้งเหตุจากศูนย์วิทยุบางบัวทอง ว่ามีรถเฉี่ยวชนกันที่บริเวณถนนกาญจนาภิเษก หมู่ 3 ต.บางรักพัฒนา อ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี จึงประสานเจ้าหน้าที่สายตรวจลงพื้นที่

ที่เกิดเหตุเป็นถนนขาออก มุ่งหน้าบางปะอิน ช่วงปากซอยวัดลาดปลาดุก พบรถยนต์ตู้ยี่ห้อโตโยต้า รุ่นคอมมูเตอร์ สีขาว ทะเบียน กร1767 นนทบุรี เป็นรถกู้ชีพโรงพยาบาลบางบัวทอง จ.นนทบุรี ทราบชื่อผู้ขับขี่คือนายณัชพล อายุ 34 ปี เจ้าหน้าที่กู้ชีพ สภาพมีร่องรอยการชนที่ด้านซ้ายหลัง ส่วนรถคู่กรณีเป็นรถยนต์กระบะยี่ห้อโตโยต้า รุ่นไฮลักษ์ สีบรอนซ์เงิน ทะเบียน ถธ6997 กทม.สภาพมีร่องรอยการชนที่ด้านขวางกลางตัวรถ ผู้ขับขี่คือนายชัยวัฒน์ อายุ 52 ปี

จากการสอบสวน นายณัชพล ทราบว่า ตนได้รับแจ้งจากกู้ชีพ รพ.พระนั่งเกล้า ว่ามีผู้ป่วยเป็นโรคหัวใจและมีอาการหยุดหายใจไปสักพัก ที่หมู่บ้านบัวทอง ซอย 18 ตนได้รีบขับรถเพื่อไปเคสดังกล่าวโดยเปิดสัญญาณไฟฉุกเฉิน เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุก่อนเข้าซอยวัดลาดปลาดุก รถคู่กรณีขับอยู่ในช่องจราจรกลางส่วนตนอยู่ในช่องขวาสุด ตนเห็นว่ารถคู่กรณีกำลังจะเลี้ยวเข้าซอยตนจึงได้เลี้ยวตาม แต่ต่อมารถคู่กรณีไม่เลี้ยวตนจึงได้หักหลบจนเกิดเหตุเฉี่ยวชนกันเล็กน้อย
ตนได้ลงไปพูดคุยกับคู่กรณีและขอไปช่วยรับผู้ป่วยก่อน ถ้ามีอะไรให้ไปหาตนที่โรงพยาบาล แต่คู่กรณีไม่ยอมให้ตนไปช่วยผู้ป่วยให้รออยู่ตรงนี้ จนตนต้องแจ้ง รพ.พระนั่งเกล้า ให้ส่งรถกู้ชีพคันใหม่ไปช่วยแทน ตนก็ไม่รู้เขาคิดอะไร ก็ฝากข้อคิดให้ประชาชนด้วยตัดสินใจและวิเคราะห์แทนตนทีว่าตนทำถูกหรือทำผิดที่จะไปช่วยผู้ป่วยก่อน ส่วนเรื่องที่รถชนตนผิดก็ยอมรับทุกอย่างให้คู่กรณีไปซ่อมรถตนยอมจ่ายให้เพราะเรื่องชนนั้นมันเป็นรอยเล็กน้อยมาก มันไม่สามารถแลกกับชีวิตของผู้ป่วยที่รอการช่วยชีวิตได้ ซึ่งหลังเกิดเหตุดังกล่าวผู้ป่วยรายนี้ได้เสียชีวิตลงแล้ว

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้แจ้งข้อกล่าวหาประมาทร่วม ปรับเป็นเงินคนละ 400 บาท และให้เจ้าหน้าที่ประกันภัยเป็นผู้รับผิดชอบ ส่วนผู้ป่วยเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บางบัวทองได้รับแจ้งว่า นางชูศรี อายุ 74 ปี อยู่หมู่ 6 ต.บางรักพัฒนา อ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี เสียชีวิตเพราะเกิดอาการหายใจไม่ออก

แม่ทอมโต้ลูกติดพนัน-ยืม4ล้าน ชี้อโหสิฯแก๊งอุ้มฆ่า

รอรับศพที่นิติเวช! แม่สาวทอม โต้ข่าวลูกไม่ได้ติดพนัน ย้ำไม่เชื่อปมยืมเงิน4ล้าน เผยอโหสิกรรมให้กับคนร้าย ไม่ต้องห่วงแม่-ครอบครัว

ที่สถาบันนิติเวชวิทยา โรงพยาบาลตำรวจ (รพ.ตร.)  นางสมพิศ ตรัยจันทร์แดง มารดา ของ น.ส.สุภัคสรณ์ หรือหญิง พลไธสง ผู้เสียชีวิตจากแก๊งผกก.อุ้มฆ่า กล่าวว่า วันนี้ตนมารอรับศพลูกไปบำเพ็ญกุศล ขณะนี้ยังทำใจไม่ได้กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ถ้าบุตรสาวรับรู้ก็อยากให้บุตรสาวอโหสิกรรมให้กับกลุ่มผู้ก่อเหตุ และไม่ต้องเป็นห่วงตัวเอง และน้องชาย เพราะว่าบุตรสาวเหนื่อยมามากแล้ว จึงอยากให้พักผ่อน

และขอเรียกร้องความเป็นธรรมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ให้นำคนผิดมาลงโทษ ซึ่งก่อนเกิดเหตุเมื่อเดือนพฤศจิกายน มีโอกาสได้ใช้ชีวิตอยู่กับบุตรสาว และมีการพูดคุย ถึงเรื่องการมีปากเสียงกับ น.ส.กรรรณิกา กรุมรัมย์ หรือ ดาว หนึ่งในผู้ต้องหา ตัวเองก็ให้คำแนะนำกับบุตรสาวให้เลิกยุ่งเกี่ยวกับ น.ส.กรรณิกา เนื่องจากทราบว่ามีสามีแล้ว จนกระทั่งมาเกิดเหตุที่บุตรสาวถูกอุ้มไป จากนั้น น.ส.กรรณิกา ได้ติดต่อกับมาระหว่างที่บุตรสาวถูกอุ้มหายตัวไป ว่าไม่ต้องห่วงบุตรสาว มีคนชื่อลุงนำตัวบุตรสาวไปสั่งสอนเท่านั้น ซึ่งตัวเองก็ไม่คิดว่าจะทำให้เสียชีวิต แต่มีความเป็นห่วงมาโดยตลอด ส่วนจะมีใครบงการ น.ส.กรรณิกา หรือไม่นั้น ตัวเองไม่ทราบ

นางสมพิศ กล่าวอีกว่า ส่วนเรื่องเงินจำนวน 4 ล้านบาท เชื่อว่าบุตรสาวไม่สามารถจะหยิบยืมเงินได้มากขนาดนั้น รวมทั้งกระแสข่าวที่ระบุว่าบุตรติดการพนัน ก็ยอมรับว่าก่อนนี้บุตรสาวเคยเล่นพนัน แต่ไม่ได้ติดการพนัน และไม่ได้โกรธแค้นหรือคิดฟ้องร้องดำเนินคดีกับสื่อมวลชนที่นำเสนอข่าว พร้อมวิงวอน หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจัดหาทนายความ มาช่วยต่อสู้คดี เนื่องจากครอบครัวมีฐานะยากจน

ด้าน พล.ต.ต.นพ.พรชัย สุธีรคุณ ผู้บังคับการสถาบันนิติเวชวิทยา (ผบก.นต.) กล่าวว่า ขณะนี้เจ้าหน้าที่ผ่าชันสูตรเปิดศพและเก็บตัวอย่างของเหลวต่างๆ เรียบร้อยแล้วโดยมีการเก็บตัวอย่าง ของเหลวภายในร่างกาย และตัวอย่างดีเอ็นเอ บนศพของผู้ตาย จากการตรวจสอบภายในกระเพาะอาหาร พบว่ามีอาหารอยู่ภายในกระเพาะเพียงน้อยนิดเท่านั้น ซึ่งแพทย์ได้มีการเก็บตัวอย่างอาหารดังกล่าวไปตรวรายละเอียดอีกครั้ง โดยคาดว่าจะใช้เวลามากกว่า 1 สัปดาห์ในการตรวจสอบ ถึงสาเหตุการเสียชีวิตโดยละเอียดรวมถึงเหตุการณ์อื่นๆก่อนและหลังการเสียชีวิต

ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายของสถาบันนิติเวชวิทยาได้เร่งมือทำงานกันอย่างเต็มที่แต่ได้กำชับให้ทำงานด้วยความรอบคอบระมัดระวัง

พล.ต.ต.นพ.พรชัย กล่าวต่อว่า ส่วนการส่งคืนศพให้กับพ่อและแม่ของ น.ส.สุภัคสรณ์ คาดว่าน่าจะไม่สามารถคืนศพได้ทันในช่วงเที่ยงของวันนี้ เนื่องจากเจ้าหน้าที่ยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบเปรียบเทียบดีเอ็นเอของพ่อและแม่กับศพของผู้เสียชีวิต เพื่อป้องกันการรับศพผิดตัวและอาจมีผลต่อการนำสืบในชั้นศาล โดยหากผลดีเอ็นเอออกมาตรงกับพ่อและแม่ของนางสาว สุภัคสรณ์ ก็จะรีบทำเรื่องคืนศพให้กับญาตินำไปประกอบพิธีกรรมทางศาสนาทันที

รวบแก๊งพระปลอมชาวเขมรแอบเล่นการพนัน

รวบแก๊งพระปลอมชาวเขมร แอบเล่นการพนัน เตรียมฟ้องศาลมีนบุรี ก่อนคุมส่ง ตม. พร้อมผลักดันกลับประเทศ

พ.ต.อ.สมเกียรติ สนใจ ผกก.สน.จรเข้น้อย เปิดเผยสำนักข่าว ไอ.เอ็น.เอ็น. ว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.จรเข้น้อย รับแจ้งเหตุมีกลุ่มพระสงฆ์ ลักลอบเล่นการพนัน อยู่ในป่าข้างทางถนนหลวงแพร่ง ซึ่งอยู่ในความดูแลพื้นที่ของ สน.จรเข้น้อย จึงเข้าไปตรวจสอบในพื้นที่พบว่าเป็นป่าหญ้า มีการนำผ้าใบสีฟ้า มาทำเป็นที่พักหลบแดด หลบฝน และพบกลุ่มคนแต่งกายคล้ายพระสงฆ์ 3 – 4 คน นั่งเล่นการพนันอยู่ จึงทำการตรวจสอบใบสุทธิ พบว่าเป็นภาษากัมพูชา โดยพระสงฆ์ดังกล่าว ก็อ้างตัวว่าเป็นชาวกัมพูชา

ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่เชื่อว่าไม่น่าจะเป็นพระสงฆ์ จึงได้ดำเนินการเปลี่ยนชุด และเตรียมคุมตัวส่งฟ้องต่อศาลจังหวัดมีนบุรี ในข้อหาลักลอบเล่นการพนัน ก่อนที่จะส่งเรื่องให้สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (ตม.) ผลักดันกลับประเทศกัมพูชาต่อไป

ร็อบเบน ตกลงขยายสัญญากับบาเยิร์นอีก 12 เดือน

อาร์เยน ร็อบเบน ปีกตัวจี๊ดชาวดัตช์ ตกลงขยายสัญญากับบาเยิร์น มิวนิคไปอีก 12 เดือน ซึ่งจะทำให้เขาอยู่ค้าแข้งในถิ่นอัลลิอานซ์ อารีน่าจนถึงปี 2018

บาเยิร์น มิวนิค แถลงการณ์ยืนยัน ผ่านเว็บไซต์อย่างเป็นทางการ สำหรับการบรรลุข้อตกลงต่อสัญญาของ อาร์เยน ร็อบเบน ออกไปจนกระทั่งปี 2018 เป็นที่เรียบร้อยแล้ว

ร็อบเบน ถือเป็นอีกหนึ่งขุมกำลังสำคัญของทัพ “เสือใต้” มายาวนานกว่า 7 ปีนับตั้งแต่ย้ายมาจาก เรอัล มาดริด เมื่อปี 2009 พร้อมคว้าแชมป์กับยอดทีมแห่งแคว้นบาวาเรียมาแล้ว ทั้งบุนเดสลีกา 5 สมัย,เดเอฟเบ-โพคาล 4 สมัย และยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก กับฟีฟ่า คลับ เวิลด์ คัพ อีกรายการละ 1 สมัย
และจากการที่ปีกทีมชาติฮอลแลนด์วัย 32 ปีเหลือสัญญาในถิ่นอัลลิอันซ์-อารีน่า เพียงจบฤดูกาล 2016-17 นี้เท่านั้น พร้อมเงื่อนขยายสัญญาเพิ่ม 1 ปี ทำให้ บาเยิร์น เลือกใช้ออปชั่นดังกล่าว

ร็อบเบน เผยผ่านเว็บไซต์สโมสร “ผมมีความสุขที่ผมจะได้เล่นกับ เอฟซี บาเยิร์น อีก 1 ปี พวกเขาเป็น อีกหนึ่งสโมสรที่ดีที่สุดในโลก และเมืองมิวนิคก็กลายเป็นเหมือนบ้านหลังที่ 2 ของผม และครอบครัวของผม ผมต้องการเล่นในระดับสูงต่อไป และคว้าโทรฟี่แชมป์ให้ได้มากมายที่สุดเท่าที่เป็นไปได้”

เฟเดอเรอร์ ทุบ เมลเซอร์ 3-1 เซต ลิ่วออสซี่โอเพ่น

การแข่งขันศึกเทนนิสแกรนด์ สแลม รายการแรกของปี 2017 “ออสเตรเลียน โอเพ่น” ที่สังเวียนเมลเบิร์น ปาร์ค เมืองเมลเบิร์น ประเทศออสเตรเลีย ซึ่งเป็นการเปิดฉากรอบเมนดรอว์ รอบแรก ประเภทชายเดี่ยว

โรเจอร์ เฟเดอเรอร์ มือ 17 ของรายการจากสวิตเซอร์แลนด์ ลงสนามพบกับ เจอร์เกน เมลเซอร์ จากออสเตรีย

ปรากฏว่า โรเจอร์ เฟเดอเรอร์ เอาชนะ เจอร์เกน เมลเซอร์ จากออสเตรีย ไปงดงาม 3-1 เซต 7-5, 3-6, 6-2, 6-2 ผ่านเข้าสู่รอบ 2 ไปดวลกับ โนอาห์ รูบิน นักหวดหนุ่มสหรัฐ ที่เอาชนะ บิยอร์น ฟราทันเจโล เพื่อนร่วมชาติ มาได้ 3-2 เซต 6-7 (ไทเบรก4-7), 7-5, 3-6, 6-2, 6-2

ส่วนผลประเภทหญิงเดี่ยว
การ์บีน มูกูรูซา (สเปน, มือ7) ชนะ มารินา เอราโควิซ (นิวซีแลนด์) 2-0 เซต 7-5, 6-4
กีกี เบอร์เทนส์ (เนเธอร์แลนด์, มือ 19) ชนะ วาร์วารา เล็ปเชนโก (สหรัฐอเมริกา) 2-0 เซต 7-5, 7-6(7-5)
เชลบี้ โรเจอร์ส (สหรัฐอเมริกา) ชนะ ซิโมนา ฮาเล็ป (โรมาเนีย, มือ 4) 2-0 เซต 6-3, 6-1
อิรินา-คาเมเลีย เบกู (โรมาเนีย, มือ 27) ชนะ ยาโรสลาวา ชเวโดวา (คาซัคสถาน) 2-1 เซต 5-7, 6-3, 6-4
เยเลนา แยนโควิช (เซอร์เบีย) ชนะ ลอรา ซีเกมุนด์ (เยอรมัน, มือ 26) 2-1 เซต 6-1, 1-6, 6-4
โมนิกา ปูอิก (เปอร์โตริโก, มือ 29) ชนะ แพทริเซีย มาเรีย ทิก (โรมาเนีย) 2-0 เซต 6-0, 6-1
วีนัส วิลเลียมส์ (สหรัฐอเมริกา, มือ 13) ชนะ คาเทรินา คอซโลวา (ยูเครน) 2-0 เซต 7-6(7-5), 7-5
อนาสตาซิยา เซวาสโตวา (ลัตเวีย, มือ 32) ชนะ นาโอะ ฮิบิโนะ (ญี่ปุ่น) 6-4, เซต 2 นาโอะ เจ็บเล่นต่อไม่ไหว
โคโค วานเดเวกห์ (สหรัฐอเมริกา) ชนะ โรแบร์ตา วินชี (อิตาลี, มือ 15) 2-0 เซต 6-1, 7-6(7-3)
จาง ฉ่วย (จีน, มือ 20) ชนะ อเล็กซานดรา ซาสโนวิช (เบลารุส) 2-0 เซต 6-0, 6-3
อนาสตาเซีย พาฟลูเชนโควา (รัสเซีย, มือ 24) ชนะ เยฟเกนิยา โรดินา (รัสเซีย) 2-0 เซต 6-1, 7-6(7-2)
เอลินา สวิโตลินา (ยูเครน, มือ 11) ชนะ กาลินา วอซโคโบเอวา (คาซัคสถาน) 2-0 เซต 6-0, 6-2
สเวตลานา คุซเน็ตโซวา (รัสเซีย, มือ8) ชนะ มาเรียนา ดูเก มาริโน (โคลอมเบีย) 2-0 เซต 6-0, 6-1
การ์ลา ซัวเรซ นาบาร์โร (สเปน, มือ 10) ชนะ ยานา เซเปโลวา (สโลวาเกีย) 2-0 เซต 6-2, 6-2

อั๋น ภูวนาทควงจ๋า อลิสาวิวาห์หวานอุบสินสอด

ชื่นมื่นดีเจ’อั๋น ภูวนาท’ ควง ‘จ๋า อลิสา’นักธุรกิจสาวสวย เข้าวิวาห์หวาน อุบเรื่องสินสอด แหวนเพชร5กะรัต พร้อมมีทายาททันที

หลังจากที่จัดพิธีตามหลักศาสนาคริสต์ไปเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา สำหรับคู่รัก”อั๋น ภูวนาท” กับ “จ๋า อลิสา” ล่าสุดวันนี้ 16 ม.ค. ทั้งคู่ได้จัดพิธีแต่งงานอีกครั้ง โดยจัดงานตามหลักประเพณีไทย-จีน ที่โรงแรมพลาซ่า แอทธินี รอยัล เมอริเดียน ท่ามกลางบรรยากาศสุดชื่นมื่น โดยมีญาติ เพื่อนดารามาร่วมงานอย่างคับคั่ง โดย อั๋น จูงมือ จ๋า เปิดใจ

เรียกว่าเป็นงานแต่งมาราธอน ตั้งแต่วันเสาร์จนถึงวันนี้เป็นยังไงบ้างบรรยากาศ?

อั๋น : เมื่อวันเสาร์ก็จัดที่โบสถ์วัฒนา เริ่มงานบ่าย 3 นะครับเป็นครั้งแรกที่ผมเคยไปงานแต่งงานในโบสถ์แบบจริงๆจังๆ ก็รู้สึกดีมาก พิธีต่างๆในโบสถ์มันเป็นเรื่องของความรักความผูกพันและครอบครัวหมดเลย ซาบซึ้งใจมากเพื่อนๆ ก็มาเยอะ ก็ดีใจครับ

น้ำตาไหลทั้งเจ้าบ่าวเจ้าสาวเลย?

อั๋น : โอ้โหพังมาก เละมากเลย ตั้งแต่บาทหลวงให้กล่าวคำปฏิญาณพี่ก็พูดไม่ได้เลย น้ำตาก็ไหลแล้ว พี่รู้สึกว่ามันศักดิ์สิทธิ์ และพี่รู้สึกว่ามีแต่คนสำคัญทั้งนั้นที่มาร่วมแสดงความยินดี ร้องตั้งแต่วันซ้อม เพื่อนๆก็ร้อง

จ๋า : จ๋าเองก็ซาบซึ้งเพราะ จ๋าเป็นคริสเตียนค่ะ คุณแม่เองก็เป็นคริสเตียนที่เคร่งมากตั้งแต่เด็กจนโต รู้สึกว่าพระเจ้าประทานพรให้ตลอดชีวิต ยิ่งคุณแม่พูดอีก จ๋าก็น้ำตาไหลแล้ว มันตื้นตันค่ะ เพื่อนจ๋าก็เป็นคริสเตียนค่ะก็เลยนั่งร้องไห้กันอยู่ในโบสถ์

คำสัญญาที่ให้กันยังจำได้ไหมว่าพูดอะไรบ้าง?

อั๋น : ยาวมากเลย พี่ไม่กล้าพูดเลย เพราะพี่จำไม่ได้ จริงๆมันเป็นประโยคที่ไม่ได้พูดในชีวิตประจำวัน

จ๋า : จริงๆ ใจความมันก็คือให้เรารักและซื่อสัตย์ต่อกัน

เมื่อเช้าก็เป็นพิธีแห่ขันหมาก ยกน้ำชาด้วย?

อั๋น : เมื่อเช้าค่อนข้างโอเค มีซึมๆนิดหน่อยแต่ไม่ได้อะไรมาก เราเข้าใจเลยนะว่าแต่ละพิธีมันมีความสวยงามมาก
ถามถึงสินสอดว่ามีอะไรบ้าง?

อั๋น : จริงๆเราไม่ได้ให้ความสำคัญกับตรงนี้เท่าไหร่ สำหรับผมมองข้ามเรื่องมูลค่าไปเลย แต่ก็จัดทุกอย่างตามเหมาะสม ก็มีครบแก้วแหวนเงินทองตามสิ่งที่เป็นมงคล ทั้งหมมดทั้งปวง ทางฝ่ายคุณจ๋าก็ไม่ได้มีการรีเควสอะไร

แหวนของพี่จ๋าวงใหญ่มาก กี่กะรัต?

อั๋น : ประมาณ 5 กว่าครับ เป็นแหวนที่เราใส่ประจำ แต่แหวนในโบสถ์จะเป็นอีกวงหนึ่ง จริงๆเป็นแหวนที่เราซื้อตัวเพชรเก็บไว้นานมากแล้ว แล้วค่อยมาใส่ตัวเรือน ซึ่งตัวเรือนเป็นแบบที่คุณพ่อให้กับคุณแม่ในวันแต่งงาน เป๊ะทุกอย่าง

จ๋า : ชอบสิคะ (หัวเราะ) อั๋นให้อะไรก็ชอบหมด

เรื่องทายาทวางแผนยังไงบ้าง?

จ๋า : จริงๆก็อายุเยอะแล้วก็อยากที่จะรีบมีทายาท แล้วเราก็อยู่ในวัยที่ต้องพยายามแล้ว ก็คิดว่าจะตั้งใจค่ะ เมื่อไหร่ก็เมื่อนั้นเลย

อั๋น : ก็ไม่รู้จะรออะไรแล้ว ก็เลทแล้วนะ เราก็แตะเลข4 กันแล้วทั้งคู่

แพลนฮันนีมูนล่ะ?

จ๋า : เดี๋ยวขอทำงานก่อนพอดีมีงานอีเว้นท์ที่เลื่อนมาจากปีที่แล้ว ที่เลื่อนมาจากปีที่แล้ว หลังจากมีนาคมค่อยตั้งว่าเราจะไปเที่ยวไหนกัน

อั๋น : ก็มีคุยกันบ้างเขาอยากไปนิวยอร์ก ไม่ได้อยากไปเที่ยวเท่ากับอยากไปดูโชว์หรอก แต่ก็ต้องดูอีกทีแพลนอาจจะเปลี่ยน

เรือนหอล่ะ?

อั๋น : อยู่บ้านพี่อั๋นครับ

พลังศรัทธา! แห่ขอโชค ‘แม่ศรีสุดา’ เรือตะเคียนโบราณ เผยเข้าฝันชาวบ้านให้กู้ขึ้นจากเจ้าพระยา

พลังศรัทธา! แห่ขอโชค ‘แม่ศรีสุดา’ เรือตะเคียนโบราณ เผยเข้าฝันชาวบ้านให้กู้ขึ้นจากเจ้าพระยาหลังจากที่จมอยู่ใต้น้ำมานาน
ผู้สื่อข่าวรายงานจากวัดหาดกองสิน หมู่ที่ 5 ตำบลเขาท่าพระ อำเภอเมือง จ.ชัยนาท ว่าบรรยากาศก่อนการออกสลากกินแบ่งรัฐบาล งวดประจำวันที่ 17 มกราคม 2560 มีประชาชนเดินทางมาเพื่อกราบไหว้เรือมาดเก๋งสี่แจวโบราณ ซึ่งเป็นเรือที่ทำจากไม้ตะเคียน ที่ชาวบ้านได้ช่วยกันกู้ซากขึ้นมาจากกลางแม่น้ำเจ้าพระยา บริเวณฝั่งตรงข้ามวัด เมื่อวันที่ 9 มกราคมที่ผ่านมา

โดยชาวบ้านมีความเชื่อกันว่า เรือไม้ตะเคียนจะมีดวงวิญญาณของนางตะเคียนสิงสถิตย์อยู่ หากได้กราบสักการะอธิษฐานขอโชคลาภ ก็จะสมดังตั้งใจ จึงพากันมาขอเลขเด็ดเพื่อจะนำไปเสี่ยงดวงในวันพรุ่งนี้

ซึ่งคนส่วนใหญ่จะนำแป้งมาทาถูและลูบวน เพื่อหวังจะมองเห็นตัวเลข มีทั้งที่เห็นแไม่เห็น ซึ่งชาวบ้านบอกว่าของอย่างนี้ขึ้นอยู่กับดวงของแต่ละคน โดยตัวเลขที่หลายๆ คนบอกตรงกันวามองเห็นคือเลข 91ซึ่งบังเอิญไปตรงกับวันเวลาที่กู้ซากเรือคือเลข 9 มาจากวันที่พบเรือ 9 ส่วนเลข 1 มาจากเดือนมกราคม ซึ่งเป็นเดือนที่ 1 ของปี

นายสมจิตร หงษ์สะ อายุ 64 ปี ไวยาวัจกรวัดบอกว่า ชาวบ้านได้ตั้งชื่อเรือลำดังกล่าวว่า “แม่ศรีสุดา” ก่อนการกู้ซาก ได้มาเข้าฝันคนในหมู่บ้านในชุดไทยนุ่งสไบเฉียง และบอกว่าให้นำตนขึ้นมาจากน้ำด้วย ชาวบ้านจึงช่วยกู้ซากขึ้นมาไว้ที่หน้าวัด ซึ่งเรือลำดังกล่าวมีอายุกว่า 100 ปี เป็นของคนในหมู่บ้านหาดกองสิน แต่มาจมหายไปเมื่อเหตุการณ์น้ำท่วมใหญ่ปี 2554 ที่ผ่านมา ชาวบ้านหลายคนมักจะเห็นคล้ายๆ กัน คือมีผู้หญิงรูปร่างสวยงามใส่ชุดไทยบ้าง ชุดขาวบ้าง มานั่งอยู่ริมตลิ่งตรงข้ามวัด จุดที่พบเรือ

จับ3คนไทยเล่นพนันในเขมรหนีเข้าไทย

อ้างเสียพนันหมดตัวต้องจำนำพาสปอร์ตให้หาเงินมาใช้หนี้ สุดท้ายไม่มีเงินถูกนายทุนฝั่งเขมรขู่ฆ่า
12 ม.ค. 60 เมื่อเวลา 10.00 น. พ.อ.นิโรธ ทองม่วง ผบ.ฉก.กรม.ทพ.12 (ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 12) สั่งการให้ พ.ต.ชาญ ว่องไวเมธี ผบ.ร้อย ทพ.1201 ฉก.กรม.ทพ.12 (ผู้บังคับกองร้อยทหารพรานที่ 1201 หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 12) ประสานความร่วมมือกับ พ.ต.ท.เบญจพล รอดสวาสดิ์ รอง ผกก.ตม.จว.สระแก้ว และพ.ต.อ.เสกสรร วัฒนพงษ์ ผกก.สภ.คลองลึก จ.สระแก้ว สนธิกำลังร่วมกันออกลาดตระเวนและเฝ้าตรวจเพื่อป้องกันและสกัดกั้นการลักลอบเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย บริเวณตะเข็บชายแดนตามช่องทางธรรมชาติ ตั้งแต่ใต้สะพานมิตรภาพไทย-กัมพูชา ด่านพรมแดนอรัญประเทศ จนถึงท้ายตลาดเบญจวรรณ ทิศเหนือตลาดโรงเกลือ จ.สระแก้ว ตามนโยบายของกองกำลังบูรพา

ต่อมาขณะเจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการร่วมฯ ลาดตระเวนตามตะเข็บชายแดนมาถึงบริเวณท้ายตลาดเบญจวรรณ ทิศเหนือตลาดโรงเกลือ ได้ตรวจพบชายชรา 1 คน และหญิงชรา 2 คน มุดรั้วตะเข็บชายแดนจากฝั่งปอยเปต ประเทศกัมพูชา ข้ามเข้ามาฝั่งไทยตามช่องทางธรรมชาติ แล้วเดินมุ่งหน้าจะเข้าตลาดเบญจวรรณ จึงแสดงตัวเข้าควบคุมไว้พบว่าเป็นชาวไทยทั้ง 3 คน ประกอบด้วย นายจารุกิตต์ วิกิจไพศาล อายุ 59 ปี บ้านเลขที่ 105/2 หมู่ 2 ต.พนมทวน อ.พนมทวน จ.กาญจนบุรี นางแก้วตา วิกิจไพศาล อายุ 59 ปี ภรรยานายจารุกิตต์ และนางเบญจา ปัททะพงษ์ อายุ 72 ปี อยู่บ้านเลขที่ 149 หมู่1 ต.ห้วยนาง อ.ห้วยยอด จ.ตรัง ตรวจสอบไม่มีเอกสารการเดินทาง (พาสปอร์ต) จึงร่วมกันควบคุมตัวมาสอบสวนที่ กองร้อยทหารพรานคลองลึก หน้าด่านพรมแดนอรัญประเทศ จ.สระแก้ว
จากการสอบสวนเบื้องต้นทราบว่า นายจารุกิตต์ และนางแก้วตา สองสามีภรรยา และนางเบญจา เดินทางออกไปเล่นพนันในบ่อนกาสิโนฝั่งปอยเปต ประเทศกัมพูชา โดยใช้พาสปอร์ตเดินทางผ่านด่านพรมแดนอรัญประเทศ และประทับตราออกนอกประเทศที่ด่าน ตม.อรัญประเทศ อย่างถูกต้อง แต่ทั้ง 3 คนเมื่อเข้าไปเล่นพนันในบ่อนกาสิโนในฝั่งปอยเปตเกิดเล่นพนันเสียหมดตัว จึงนำพาสปอร์ตไปกู้เงินจากโต๊ะรับจำนำพาสปอร์ตซึ่งตั้งอยู่ในบ่อนกาสิโนหวังนำเงินมาเล่นพนันเพื่อให้ได้เงินที่เสียไปคืนมา แต่กลับเสียหมดตัวอีกครั้ง และไม่มีเงินไปคืนนายทุนเงินกู้ ดังนั้นนายทุนเงินกู้จึงกักบริเวณทั้ง 3 คน และติดต่อญาติให้ส่งเงินมาใช้หนี้เงินกู้ แต่ทั้ง 3 คนไม่สามารถติดต่อให้ญาตินำเงินมาคืนได้ จึงถูกนายทุนในบ่อนเขมรขู่ว่าหากไม่มีเงินมาคืนอาจถูกฆ่าทิ้งในฝั่งเขมร จึงทำให้เกิดความกลัว พยายามหลบหนีออกจากบ่อนกาสิโน โดยลักลอบมุดรั้วตะเข็บชายแดนข้ามเข้ามาฝั่งไทย ซึ่งนายจารุกิตต์ บอกว่าหลบหนีมาให้ทหารไทยจับดีกว่าถูกฆ่าตายในบ่อนเขมร จากนั้น เจ้าหน้าที่จึงควบคุมตัวส่งให้ สว.สส.สภ.คลองลึก จ.สระแก้ว ดำเนินคดีข้อหาลักลอบเข้าราชอาณาจักรไทยโดยผิดกฎหมาย ต่อไป

จับเล่นพนันแข่งม้าเถื่อน รวบเจ้ามือ 10 รายในราชกรีฑาสโมสร

เมื่อวานนี้ (15 ม.ค.) พลตำรวจตรีสุรเชษฐ์ หักพาล ผู้บังคับการตำรจสายตรวจและปฏิบัติการพิเศษ และพันตำรวจเอกนิธิธร จินตกานนท์ รองผู้บังคับการตำรวจท่องเที่ยว นำกำลังเข้าปิดล้อมปราบโต๊ดเถื่อน หรือเจ้ามือรับพนันแข่งม้าเถื่อน ที่ราชกรีฑาสโมสร ถนนอังรีดูนังต์ แขวงและเขตปทุมวัน สามารถจับกุมนักพนันได้ 10 ราย
การจับกุมครั้งนี้สืบเนื่องจากหลังจากทาง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี สั่งการไม่ให้มีการลักลอบเล่นการพนันผิดกฎหมายในสนามม้า
โดยหลังจากเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดศูนย์ป้องกันปราบปรามการลักลอบเล่นการพนันแข่งม้า สืบทราบมาว่าภายในสนามม้าราชกรีฑาสโมสรจะมีการลักลอบเล่นการพนัน จึงนำกำลังเข้าจับกุมเจ้ามือรับพนันแข่งม้าเถื่อนได้ 10 ราย แล้วนำตัวผู้ต้องหาทั้งหมดส่งพนักงานสอบสวน สน.ปทุมวัน ดำเนินคดี
หลังจากนี้เจ้าหน้าที่จะเข้าตรวจสอบสนามม้าทุกแห่งทั่วประเทศ เพื่อกวาดล้างผู้ลักลอบกระทำความผิด เพื่อแก้ปัญหายอดเงินภายในสนามม้าที่มียอดรายรับตกต่ำ อย่างไรก็ตาม ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจะดำเนินการปราบปรามตามขั้นตอนของกฎหมาย และจะให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย